- Smarthome เครื่องกรองอากาศ รุ่น AP-180
- Philips เครื่องฟอกอากาศ รุ่น AC0650/10
- Smartmi เครื่องฟอกอากาศอัจฉริยะ รุ่น P1
- Levoit เครื่องฟอกอากาศ รุ่น Core 600S
- Conoco เครื่องฟอกอากาศรถยนต์ C7 PRO
- Xiaomi Mi Smart Air Purifier รุ่น 4 Series
- LG เครื่องฟอกอากาศ รุ่น AS35GGW10
- Haier เครื่องฟอกอากาศ รุ่น KJ240D-SXU1
- Worldtech เครื่องฟอกอากาศ รุ่น WT-P70
- Philips เครื่องฟอกอากาศ รุ่น AC0920/10
เครื่องฟอกอากาศ (Air Purifier) คือ เครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อช่วยลดปริมาณฝุ่นละออง และสารก่อภูมิแพ้ในอากาศในห้องต่างๆ ภายในบ้าน, สำนักงาน, โรงพยาบาล หรือหน่วยงานต่างๆ โดยทั่วไปจะใช้เทคโนโลยีต่างๆ ในการช่วยกรองละอองฝุ่น กลิ่น สารเคมี หรือสิ่งปนเปื้อนต่างๆ ในอากาศ และผลิตอากาศบริสุทธิ์ เพื่อลดปริมาณเชื้อโรค เชื้อรา แบคทีเรีย รวมถึงกลิ่นไม่พึงประสงค์ต่างๆ และในบทความนี้เราคัดสรร 10 อันดับ เครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดี ที่คุ้มค่าต่อราคา ทั้งยังสามารถกรองละอองฝุ่น รวมถึงมลพิษต่างๆ ที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ เพื่อผลิตอากาศบริสุทธิ์ให้คุณมีคุณภาพชีวิตที่ดีและสุขภาพที่ดียิ่งขึ้น | จัดอันดับโดย pro4289
10 อันดับ เครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดี 2026
Smarthome เครื่องกรองอากาศ รุ่น AP-180
- ตัวเครื่องผลิตจากพลาสติก ABS
- ตัวกรอง Hepa คุณภาพสูง + พร้อม Activated carbon
- สามารถกรองฝุ่นที่มีขนาดเล็กกว่า PM2.5 ได้
- ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย / ไรฝุ่น / ควันบุหรี่ / สารก่อภูมิแพ้
- มีโหมดการ sleep เพื่อป้องกันเสียงและแสงรบกวนการนอนหลับ
- ไส้กรองสามารถใช้งานได้ยาวนานสูงสุดถึง 3,000 ชม.
Philips เครื่องฟอกอากาศ รุ่น AC0650/10
- เครื่องฟอกอากาศ เหมาะสำหรับห้องขนาด 44 ตร.ม.
- กรองอนุภาคขนาดนาโนที่เล็กกว่า 0.003 ไมครอน
- กรองฝุ่นละออง PM2.5 และไวรัสได้มากถึง 99.97%
- สามารถกําจัดสารมลพิษในอากาศภายใน 17 นาที
- ใช้กำลังไฟฟ้าในการทํางานสูงสุดที่ 12 วัตต์
- อัตราการสร้างอากาศบริสุทธิ์ (CADR) 170 ลบ.ม./ชม.
- ระบบกรอง 2 ชั้นที่ใช้เทคโนโลยี HEPA ของ NanoProtect
- โหมดความเร็วแบบกําหนดเอง 3 ระดับ: ปานกลาง, เทอร์โบ, นอนหลับ
Smartmi เครื่องฟอกอากาศอัจฉริยะ รุ่น P1
- เครื่องฟอกอากาศ เซ็นเซอร์คู่ดักจับทั้ง PM2.5 / PM10
- สามารถกรองละอองเกสร ควัน และขนสัตว์ได้
- มีสายหิ้ว สะดวกในการเคลื่อนย้ายไปใช้งานในที่ต่างๆ
- เซ็นเซอร์คุณภาพอากาศขั้นสูง พร้อมแอพอัจฉริยะ
- การกรองแบบ 4in1 เหมาะสำหรับห้องขนาด 320 ตารางฟุต
- ความสามารถในการกรองสูงสุด (CADR) 250 ลบ.ม./ชม.
- มาพร้อมหน้าจอแสดงผลแบบ LED แสดงค่าละอองเกสร
Levoit เครื่องฟอกอากาศ รุ่น Core 600S
- ครอบคลุมขนาดใหญ่พิเศษด้วย CADR 697 m³/h
- เหมาะสำหรับห้องที่มีขนาดใหญ่ถึง 147 ㎡
- ดักจับอนุภาคขนาด 0.3 ไมครอนได้อย่างน้อย 99.97%
- ดักจับเชื้อราและแบคทีเรีย 99.99% และไวรัส 99.9%
- สามารถกรองกลิ่นในครัวเรือน เช่น ควัน และ VOCs ได้
- จอแสดงผล PM2.5 แสดงจำนวนและตรวจจับด้วยเลเซอร์เซ็นเซอร์ฝุ่น
Conoco เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ รุ่น C7 PRO
- เครื่องฟอกอากาศ สำหรับกรองอากาศในรถยนต์
- กรองฝุ่นละออง ขนาดใหญ่ถึงขนาดเล็ก PM2.5
- ปล่อยไอออน 3 ล้านไอออนต่อวินาที
- มีแสง UV สำหรับการฆ่าเชื้ออย่างมีประสิทธิภาพ
- ใช้กำลังไฟโดยประมาณอยู่ที่ 2.1A / 12V ขึ้นไป
- กำจัดกลิ่น ฝุ่น PM2.5 ควันบุหรี่ ควันรถ สารพิษ และเชื้อโรคได้
Xiaomi Mi Smart Air Purifier รุ่น 4 Series
- สามารถผลิตอากาศบริสุทธิ์ได้มากถึง 6330 ลิตร / นาที
- ขจัดมลพิษในอากาศ CADR 380 ลูกบาศก์เมตร / ชั่วโมง
- กรองฝุ่นได้รอบทิศทาง 360 องศา อย่างมีประสิทธิภาพ
- กรองสารฟอร์มาลดีไฮด์ได้สูงสุดถึง 120 ลูกบาศก์เมตร / ชั่วโมง
- ใช้กับที่มีขนาดตั้งแต่ 26 ตารางเมตร ไปจนถึง 45 ตารางเมตร
- ไส้กรองเคลือบสารป้องกันและกำจัดแบคทีเรีย ได้ถึง 99.99%
- เสียงในการเงียบเพียง 35.8dB และปิดการทำงานของไฟหน้าจอ
- สามารถเชื่อมต่อแอปพลิเคชั่น Mi Home เพื่อดูสถานะการใช้งาน
LG เครื่องฟอกอากาศ รุ่น AS35GGW10
- ดีไซน์ทรงกระบอก เรียบหรู ทันสมัย เข้ากับทุกมุมบ้าน
- ระบบฟอกอากาศรอบทิศทาง 360° ดูดอากาศได้รอบด้าน
- เหมาะสำหรับพื้นที่ใช้งานประมาณ 32.8 ตร.ม.
- กรองฝุ่นละอองขนาดเล็ก ทั้ง PM1.0 และ PM2.5
- ช่วยลดสารก่อภูมิแพ้ ฝุ่น ควัน และสิ่งปนเปื้อนในอากาศ
Haier เครื่องฟอกอากาศ รุ่น KJ240D-SXU1
- ระบบฟอกอากาศไฟฟ้าสถิต ไร้วัสดุสิ้นเปลือง
- ไส้กรองล้างน้ำได้ ใช้งานนานสูงสุด 5,000 ชั่วโมง
- ดักจับฝุ่น PM2.5 ขนสัตว์ เส้นผม และฝุ่นละอองขนาดเล็ก
- ควบคุมอัจฉริยะผ่านแอป Haismart เปิด–ปิด ตั้งเวลา ปรับโหมดได้
- แสดงผลค่า PM2.5 แบบเรียลไทม์ พร้อมไฟแสดงสถานะ 4 สี
- ช่องปล่อยลมด้านบนปรับได้ 3 ระดับ 30° 60° และ 90°
- โหมดอัตโนมัติและโหมดพักผ่อน ปรับการทำงานตามคุณภาพอากาศ
- พื้นที่ใช้งาน 14–24 ตร.ม. พร้อมระบบตั้งเวลาปิดและโหมดล็อกป้องกันเด็ก
Worldtech เครื่องฟอกอากาศ รุ่น WT-P70
- ระบบกรองอากาศ 2-in-1 ด้วยแผ่นกรอง HEPA H11 4 ชั้น
- ฟังก์ชัน Ionizer ช่วยดักจับฝุ่นละเอียดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- หน้าจอ LED ระบบสัมผัส แสดงคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์ ใช้งานง่าย
- ครอบคลุมพื้นที่กว้าง 40-50 ตร.ม. ด้วยค่า CADR 250 ลบ.ม./ชม.
- รองรับโหมดการทำงานทั้งออโต้ โหมดเงียบ และปรับความเร็วลมได้ 3 ระดับ
- มาพร้อมรีโมทคอนโทรล ควบคุมสะดวกแม้อยู่ระยะไกล
Philips เครื่องฟอกอากาศ รุ่น AC0920/10
- เครื่องฟอกอากาศประสิทธิภาพสูง เหมาะกับห้องไม่เกิน 65 ตร.ม.
- ระบบกรอง HEPA 2 ชั้น เทคโนโลยี NanoProtect
- ดักจับอนุภาคขนาดเล็ก 0.003 ไมครอน สูงสุด 99.7% รวมถึงฝุ่น PM2.5
- ดักจับสารก่อภูมิแพ้ ไรฝุ่น ละอองเกสร ขนสัตว์ เชื้อรา ไวรัสและแบคทีเรียได้
- ค่า CADR สูง 250 ลบ.ม./ชม. ฟอกอากาศได้รวดเร็ว เห็นผลไว
- ระบบหมุนเวียนแบบ 3 มิติ ฟอกอากาศพื้นที่ 20 ตร.ม. ได้ภายในเวลาไม่ถึง 12 นาที
- ระบบอัจฉริยะ Smart AeraSense ตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์
- โหมด Sleep ทำงานเงียบเพียง 20.5 dB เหมาะสำหรับใช้งานขณะพักผ่อน
เครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อดัง ยอดนิยม
เครื่องฟอกอากาศ ยอดนิยม *ขายดี* - ประจำเดือน
วิธีการเลือกเครื่องฟอกอากาศ
การเลือกเครื่องฟอกอากาศขึ้นอยู่กับความต้องการและความเหมาะสมในการใช้งานและสภาพแวดล้อม และขนาดของพื้นที่ที่จะนำไปใช้งาน ดังนั้นคุณจึงควรพิจารณาถึงปัจจัยต่างๆ ดังต่อไปนี้
1. ขนาดห้องหรือพื้นที่ใช้งาน : คุณควรคำนึงถึงขนาดของพื้นที่ห้อง หากพื้นที่ห้องกว้างเกินไป ก็อาจไม่เหมาะกับรุ่นที่คุณกำลังจะเลือกซื้อมาใช้งานได้ ซึ่งจะส่งผลต่อประสิทธิภาพในการกรองอากาศ ดังนั้น แนะนำให้คุณเลือกที่เหมาะสมกับขนาดห้องของคุณเอง เพื่อจะได้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตามคุณสมบัติที่ได้กล่าวไว้ของเครื่องในแต่ละรุ่น
2. ประสิทธิภาพในการกรอง : เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณาในเรื่องประสิทธิภาพ ว่าสามารถกรองฝุ่น รวมทั้งมลพิษต่างๆ ได้เร็ว มีคุณภาพมากแค่ไหน และมีความสามารถในการกรองสูง เช่น สามารถกรองฝุ่นละอองที่มีอนุภาคขนาดเล็ก, ฝุ่น PM2.5, สารที่ก่อให้เกิดการแพ้, เชื้อโรค, แบคทีเรีย, สารเคมี และกลิ่นไม่พึงประสงค์ต่างๆ นั่นเอง
3. ประเภทของเครื่องฟอกอากาศ :
- HEPA Filter ใช้เทคโนโลยี HEPA (High Efficiency Particulate Air) ที่สามารถกรองอนุภาคขนาดเล็กได้มากถึง 99.97% ซึ่งเป็นอนุภาคขนาดไม่เกิน 0.3 ไมครอน มักใช้ในห้องพักหรือสำนักงาน
- Carbon Filter ใช้ถ่านกัมมันต์เป็นส่วนประกอบหลัก ทำหน้าที่กำจัดสิ่งปนเปื้อนในอากาศ เช่น กลิ่น, สารเคมี และมลพิษอื่นๆ ในอากาศ
- UV-C Sterilization ใช้แสง UV-C เพื่อฆ่าเชื้อโรคและแบคทีเรียในอากาศ มักใช้ในห้องโรงพยาบาลหรือห้องทำงาน
- Lonic Air Purifiers ที่ใช้เทคโนโลยีการปล่อยไอออนเข้าสู่อากาศ เพื่อช่วยกำจัดสารปนเปื้อนและกลิ่นไม่พึงประสงค์ในอากาศ
- Ozone Generators ใช้การสร้างโอโซนเข้าสู่อากาศ เพื่อกำจัดเชื้อโรคและแบคทีเรีย แต่การใช้งานจะต้องมีความระมัดระวัง เนื่องจากโอโซนเป็นสารที่มีความอันตรายสูง
คำถามที่พบบ่อย
ทำงานโดยดึงอากาศภายนอกผ่านตัวกรองที่มีความละเอียดสูง เช่น กรอง HEPA (High-Efficiency Particulate Air) หรือกรองคาร์บอนแอ็กทีฟ (Activated Carbon) เพื่อตรวจจับและกำจัดสารตกค้าง เช่น ฝุ่นละออง เชื้อโรค กลิ่น และสารพิษอื่นๆ จากอากาศที่ผ่านเข้ามา จากนั้นจะเปลี่ยนอากาศที่ถูกตรวจจับและกรองแล้วให้กลับออกมาเป็นอากาศที่บริสุทธิ์และสะอาดมากยิ่งขึ้น
มีประโยชน์มากมาย เช่น ช่วยลดการระเหยของสารตกค้างที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่น ฝุ่นละออง กลิ่น และสารพิษ ช่วยลดอาการภูมิแพ้และหวัด ช่วยบรรเทาอาการของคนที่มีโรคทางเดินหายใจ เช่น โรคภูมิแพ้ หรือหอบหืด และช่วยเพิ่มความสะอาดและความสดชื่นในอากาศที่รอบๆ ตัวเรา
มีหลายขนาดและหลายรุ่น ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งในห้องใหญ่และห้องเล็ก การเลือกขนาดของเครื่องฟอกอากาศควรพิจารณาจากขนาดของห้องและอัตราการกรองอากาศของเครื่อง หากต้องการใช้ในห้องใหญ่ ควรเลือกเครื่องที่มีความสามารถในการกรองอากาศสูงพอและเครื่องที่มีพื้นที่การควบคุมอากาศที่แตกต่างกัน
ต้องทำการเปลี่ยนตามความเหมาะสมและความต้องการของผู้ใช้งาน ส่วนใหญ่แล้ว แนะนำให้ทำการเปลี่ยนตัวกรองทุก 6-12 เดือน หรือตามคำแนะนำของผู้ผลิต แต่อาจมีความแตกต่างกันไปตามรุ่นและประเภทของเครื่องฟอกอากาศ
สามารถใช้ได้ในสถานที่ปิดตัวได้ แต่ควรคำนึงถึงขนาดของห้องและอัตราการกรองอากาศของเครื่อง เพราะสารตกค้างที่ต้องการกรองอากาศมีอยู่มากน้อยเพียงใด หากสถานที่ปิดมีขนาดใหญ่ ควรเลือกเครื่องที่มีความสามารถในการกรองอากาศสูงและเครื่องที่สามารถควบคุมอากาศภายในห้องได้ให้เหมาะสม