ตู้เย็นเล็ก คือเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวที่ใช้ในการเก็บรักษาอาหารและเครื่องดื่มให้อยู่ในสภาวะเย็นสดและคงคุณภาพไว้ได้ในช่วงเวลายาวนาน ตู้เย็นเล็กมักจะมีขนาดที่ไม่ใหญ่มากเพื่อให้เหมาะกับพื้นที่ที่มีจำกัด ซึ่งจะมีขนาดอยู่ที่ 3Q ถึง 4.5Q หรืออาจจะมากกว่านั้นเล็กน้อยขึ้นอยู่กับขนาดของครอบครัวด้วย จึงทำให้ตู้เย็นขนาดเล็กเป็นตัวเลือกที่สมควรสำหรับครอบครัวขนาดเล็กและคนที่อาศัยในอพาร์ทเม้นต์หรือที่พักที่มีพื้นที่จำกัด นอกจากนี้ ตู้เย็นขนาดเล็กยังเหมาะสมสำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกสบายในการจัดเก็บและเข้าถึงอาหารได้อย่างง่ายดาย ในบทความนี้เราได้รวบรวมตู้เย็นเล็กจากแบรนด์ดัง ไม่ว่าจะเป็น Electrolux, Hitachi, Sonar, Hisense, Toshiba และแบรนด์อื่นๆ อีกมากมาย มาให้คุณได้ลองพิจารณา | เรียบเรียงบทความโดย Pro4289.com

แนะนํา 10 ตู้เย็นเล็ก ยี่ห้อไหนน่าใช้ที่สุด

1

ตู้เย็นเล็ก Electrolux รุ่น EUM0930AD ขนาด 3.3 คิว

2

ตู้เย็นเล็ก Hitachi รุ่น HR1S5142 ขนาด 5.0 คิว

3

ตู้เย็นเล็ก Sonar รุ่น RS-H90N ขนาด 3.2 คิว

4

ตู้เย็นเล็ก Hisense รุ่น ER92B ขนาด 3.4 คิว

5

ตู้เย็นเล็ก Toshiba รุ่น GR-C149 ขนาด 5.2 คิว

6

ตู้เย็นเล็ก TCL รุ่น F93SDS ขนาด 3.2 คิว

7

ตู้เย็นเล็ก CHiQ รุ่น CSR92DS ขนาด 3 คิว

8

ตู้เย็นเล็ก Worldtech รุ่น WT-RF101 ขนาด 3.3 คิว

9

ตู้เย็นเล็ก Haier รุ่น HR-CEQ15X ขนาด 5.2 คิว

10

ตู้เย็นเล็ก Midea รุ่น BC-90AW ขนาด 3.3 คิว

ตู้เย็นเล็ก ยี่ห้อดัง ยอดนิยม

ตู้เย็นเล็ก ยอดนิยม ขายดี - มิ.ย. 66

คุณสมบัติที่ตู้เย็นขนาดเล็กควรมี

คุณสมบัติของตู้เย็นขนาดเล็กมักจะมีความแตกต่างกันออกไป ซึ่งขึ้นอยู่กับแบรนด์และรุ่นของตู้เย็น อย่างไรก็ตาม ตู้เย็นเล็กที่ดีควรมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้:

  • ชั้นวางและช่องเก็บของ: ตู้เย็นขนาดเล็กมักจะมีชั้นวางและช่องเก็บอาหารแบบแบ่งชั้นเพื่อให้เพียงพอต่อการจัดเก็บอาหารและเครื่องดื่มของคุณ คุณสามารถจัดรายการอาหารให้เป็นระเบียบและหยิบจับได้ง่ายดายเพื่อความสะดวกในการใช้งาน
  • การควบคุมอุณหภูมิ: ตู้เย็นเล็กควรมีระบบควบคุมอุณหภูมิเพื่อให้สามารถปรับอุณหภูมิตามความต้องการของประเภทอาหารที่เก็บอยู่ภายใน เพื่อให้อาหารและเครื่องดื่มคงคุณภาพและเก็บรักษาความสดไว้ได้สม่ำเสมอ
  • การกรองอากาศและเทคโนโลยีในการควบคุมความชื้น: ตู้เย็นเล็กมักมาพร้อมกับระบบกรองอากาศเพื่อเพิ่มคุณภาพในการเก็บรักษาอาหารและลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ นอกจากนี้ การควบคุมความชื้นอาจช่วยในการรักษาความสดให้กับผลไม้และผักได้นานขึ้น
  • การประหยัดพลังงาน: ตู้เย็นขนาดเล็กที่คุณเลือกควรมีระบบประหยัดพลังงานเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการใช้งาน

วิธีการเลือกซื้อตู้เย็นเล็ก

การเลือกซื้อตู้เย็นเล็กนั้นมีขั้นตอนหลายอย่างที่คุณควรพิจารณา เพื่อให้ได้ตู้เย็นที่เหมาะกับความต้องการและการใช้งานของคุณ เรามีขั้นตอนในการพิจารณาเพื่อการเลือกซื้อตู้เย็นเล็กที่คุ้มค่าและเหมาะสมกับการใช้งาน ดังนี้:

  1. กำหนดงบประมาณ: หลายคนอาจคิดว่างบประมาณเป็นเรื่องที่ค่อยคิดทีหลังก็ได้ แต่การกำหนดงบประมาณตั้งแต่ต้นจะช่วยให้คุณคัดสรรแบรนด์หรือรุ่นของตู้เย็นเล็กได้ง่ายขึ้น ดังนั้นคุณควรกำหนดงบประมาณที่คุณสามารถใช้จ่ายกับการซื้อตู้เย็นก่อน เพราะจะช่วยแยกตู้เย็นที่มีคุณสมบัติและความสามารถตามที่คุณต้องการในราคาที่เหมาะสมได้ง่าย
  2. ตรวจสอบพื้นที่ในบ้าน: วัดขนาดของพื้นที่ว่างที่คุณมีในบ้าน เพื่อประเมินขนาดของตู้เย็นที่เหมาะกับพื้นที่นั้น อย่าลืมพิจารณาส่วนที่เปิดประตูตู้เย็นด้วย เพื่อให้มีพื้นที่เพียงพอในการเปิด-ปิดประตูตู้เย็น
  3. ขนาดและความจุของตู้เย็น: พิจารณาความจุของตู้เย็นเล็กว่าเพียงพอต่อความต้องการของคุณหรือไม่ โดยทั่วไปแล้วเราจะแบ่งขนาดของตู้เย็นดังนี้ (ตู้เย็นมินิ จะมีขนาดไม่เกิน 1.8 คิว, ตู้เย็นเล็ก จะมีขนาด 3 – 4.5 คิว, ตู้เย็นขนาดกลาง จะมีขนาด 4.5 คิวขึ้นไป แต่ไม่เกิน 6 – 7 คิว และตู้เย็นขนาดใหญ่ จะมีขนาดมากกว่า 7 คิวขึ้นไป) เลือกขนาดความจุของตู้เย็นที่เหมาะสมกับปริมาณอาหารที่คุณจะเก็บรักษาไว้ในตู้เย็น
  4. ความสะดวกสบายในการใช้งาน: เช่น การจัดเรียงชั้นวางอย่างมีระเบียบ การปรับอุณหภูมิในตู้เย็น การตั้งเวลาในการกำหนดอุณหภูมิความเย็น และคุณสมบัติพิเศษอื่นๆ ที่คุณต้องการ
  5. การประหยัดพลังงาน: ตู้เย็นเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้พลังงานมาก ดังนั้นการเลือกตู้เย็นที่มีการจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้ดี
  6. ความน่าเชื่อถือของแบรนด์: เลือกซื้อตู้เย็นจากแบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือและเป็นแบรนด์ที่มีประสบการณ์ด้านการผลิตตู้เย็นอย่างยาวนาน เพื่อความพึงพอใจในคุณภาพและการบริการหลังการขาย
  7. การอ่านรีวิวและความคิดเห็นจากผู้ใช้คนอื่นๆ: อ่านรีวิวและความคิดเห็นจากผู้ใช้คนอื่นๆ เพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่คุณสนใจ
  8. การตรวจสอบการรับประกัน: ตรวจสอบเงื่อนไขและระยะเวลารับประกันของผลิตภัณฑ์ เพื่อให้คุณมั่นใจว่าคุณจะได้รับการบริการที่ดี หากเกิดปัญหาในอนาคต

การเลือกซื้อตู้เย็นเล็กนั้นควรพิจารณาอย่างความรอบคอบ เพื่อให้คุณได้ตู้เย็นที่ตรงกับความต้องการและการใช้งานของคุณมากที่สุด อย่าลืมที่จะอ่านรีวิวและหาข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้เมื่อต้องการตัดสินใจเลือกซื้อตู้เย็น

สรุปเนื้อหา ตู้เย็นเล็กเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ควรขาดในครัวของเรา เนื่องจากเป็นเครื่องมือในการจัดเก็บอาหารและวัตถุดิบ ทั้งยังช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานในชีวิตประจำวัน ด้วยการออกแบบที่สะดวกสบาย กะทัดรัด มีการปรับใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย และการสร้างพื้นที่ในครัวที่เป็นระเบียบ การเลือกใช้ตู้เย็นเล็กไม่เพียงแค่ช่วยให้เรารักษาอาหารเพื่อคงความสด แต่ยังช่วยประหยัดความใช้จ่ายได้ดี เนื่องจากใช้พลังงานน้อยกว่าตู้เย็นขนาดใหญ่ ดังนั้นหากคุณอาศัยอยู่คนเดียวและมีพื้นที่ใช้สอยจำกัด การเลือกใช้ตู้เย็นขนาดเล็กจึงเป็นทางเลือกที่ดีและเหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ

คำถามที่พบบ่อย

ขนาดของตู้เย็นเล็กแต่ละรุ่นสามารถแตกต่างกันได้ ความเหมาะสมของขนาดขึ้นอยู่กับความต้องการและพื้นที่ในครัวของคุณ ตู้เย็นขนาดเล็ก ส่วนใหญ่จะมีความจุประมาณ 90 – 200 ลิตร แต่ความจุของตู้เย็นมินิจะมีขนาดความจุที่น้อยกว่า เลือกขนาดความจุที่เหมาะกับอาหารที่คุณต้องการเก็บรักษา เพื่อประสิทธิภาพในการรักษาอาหารให้สดและคงสภาพได้นาน

อุณหภูมิที่ขนาดสมสำหรับตู้เย็นควรอยู่ที่ประมาณ 0 – 5 องศาเซลเซียส เพื่อรักษาความสดของอาหารและผลไม้ผัก

หากตู้เย็นเล็กมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ คุณสามารถทำความสะอาดภายในตู้เย็นด้วยการเช็ดและล้างหรือใช้น้ำยาสำหรับทำความสะอาดตู้เย็น เพื่อลดกลิ่นอับของอาหารได้ (อย่าลืมปิดการทำงานของตู้เย็นและถอดปลั๊กไฟออกก่อนนะจ๊ะ)

หากตู้เย็นเล็กไม่ทำงาน คุณสามารถตรวจสอบสายไฟและปลั๊กไฟเพื่อให้แน่ใจว่ามีการจ่ายไฟเข้าถึงตู้เย็นหรือไม่ นอกจากนี้ให้ตรวจสอบอุณหภูมิที่ตั้งไว้ว่าเป็นอุณหภูมิที่เหมาะสมหรือไม่ หากเช็คดูแล้วตู้เย็นยังไม่ทำงานหรือไม่ทำความเย็น แนะนำให้ติดต่อไปยังศูนย์ผู้ผลิตหรือร้านค้าที่คุณซื้อตู้เย็น สำหรับกรณีที่สินค้ายังอยู่ในระยะของการรับประกัน หรือจะเรียกช่างที่เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าเข้ามาดูและทำการแก้ไขให้ก็ได้เช่นกัน

ชั้นบนของตู้เย็นเล็กส่วนใหญ่เหมาะสำหรับเก็บอาหารที่ไม่ต้องการความเย็นมากนัก เช่น เครื่องดื่มต่างๆ และส่วนชั้นล่างเหมาะสำหรับเก็บอาหารที่ต้องการความเย็นมากกว่า เช่น เนื้อสัตว์ อาหารทะเล และผักสด